อาหารสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน ควรกินอะไร และอะไรบ้างที่ห้ามกิน?

อาหารกรดไหลย้อน

คนที่เป็นกรดไหลย้อน ควรใส่ใจเรื่องการทานอาหารเป็นพิเศษ เนื่องจากอาหารที่ทานเข้าไป จะส่งผลต่อการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร หากกรดหลั่งมากเกินไป และไหลกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ง่าย เพราะฉะนั้น อาจพูดได้ว่า การเลือกทานอาหารที่ถูกต้อง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้อาการกรดไหลย้อนของคุณดีขึ้นได้

เป็นกรดไหลย้อน ห้ามกินอะไรบ้าง?

อาหารบางประเภท อาจมีผลทำให้อาการของโรคกรดไหลย้อนกำเริบหรือแย่ลงได้ โดยจะไปกระตุ้นให้กรดหลั่งออกมามากขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารคลายตัวชั่วคราว เกิดแก๊สในกระเพาะ และเพิ่มแรงดันให้กรดไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยอาการที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง ได้แก่

กรดไหลย้อนห้ามกินอะไร
  • อาหารและผลไม้รสเปรี้ยว

เมื่อมีภาวะกรดไหลย้อน แนะนำให้หลีกเหลี่ยงอาหารหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำส้ม สับปะรด มะนาว หรือน้ำส้มสายชู เป็นต้น เนื่องจากอาหารและผลไม้รสเปรี้ยว อาจทำให้กรดที่ไหลย้อนขึ้นมา มีค่าความเป็นกรดสูง และส่งผลให้การระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

  • ผักที่มีกรดแก๊ส

ผักบางชนิดที่มีกรดแก๊สมากเช่น หัวหอม กระเทียม หอมแดง สะระแหน่ ผักดิบ รวมไปถึงผักดอง ผลไม้ดอง อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน เนื่องจากผักเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ และทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ง่าย เราจึงควรเลือกทานผักเหล่านี้ในปริมาณแต่พอดี

  • อาหารรสเผ็ด

อาหารไทยรสเผ็ด อาจจะเป็นอาหารจานโปรดสำหรับหลายคน แต่อาหารรสเผ็ดอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องและความรู้สึกแสบร้อนรอบๆท้องได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแผล หรือมีการอักเสบในกระเพาะอาหาร

แม้ว่าจะมีการศึกษาระบุว่า สารแคปไซซิน (Capsaisin) ที่เป็นสารให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนในพริก อาจไม่ได้ทำให้เกิดอาการไม่สบายท้องโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด ในกรณีที่ทานแล้วอาการกรดไหลย้อนกำเริบ หรือรุนแรงขึ้น

  • อาหารรสเค็ม

อาหารรสเค็มมีส่วนประกอบของเกลือ หรือโซเดียมสูง จากผลการทดสอบกับอาสาสมัคร พบว่าคนที่เติมเกลือลงไปในมื้ออาหาร มีความเสี่ยงในการเกิดกรดไหลย้อนมากกว่าคนที่ไม่ได้เติมเกลือถึง 70% ฉะนั้นหากเป็นไปได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด หรือขนมขบเคี้ยวมีเครื่องปรุงรส

  • อาหารไขมันสูง

อาหารเครื่องดื่มและขนมหวานที่เราทานในแต่ละวัน อาจส่งผลให้เกิดอาหารกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ช็อคโกแลต เบคอน ฟาสต์ฟู้ด ชีส เนย เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้ มีไขมันเป็นส่วนประกอบในปริมาณที่ค่อนข้างสูง อาจทำให้กล้ามเนื้อหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวและไม่สามารถป้องกันกรดที่ไหลย้อนกลับขึ้นมาจากกระเพาะอาหารได้

  • ชาและกาแฟ

โดยทั่วไปใน ชาและกาแฟ จะมีส่วนประกอบของ คาเฟอีน (Caffeine) ซึ่งคาเฟอีนจะไปลดแรงดันของหูรูดอาหาร และกระตุ้นอาการแสบร้อนกลางอกได้ง่าย เมื่อมีภาวะกรดไหลย้อน เบื้องต้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ลง โดยเฉพาะหนุ่มสาวชาวออฟฟิตในปัจจุบัน ที่ไม่ทานอาหารเช้า และดื่มเพียงกาแฟแก้วเดียวก่อนไปทำงาน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่กระตุ้นให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ง่ายมาก

  • เครื่องดื่มอัดลม

แก๊สในเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม หรือโซดา จะไปเพิ่มความดันในกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารถูกดันขึ้นมาในหลอดอาหารได้ และอาจทำให้รู้สึกปวดท้อง ท้องอืด

นอกจากนี้เครื่องดื่มที่ผ่านกระบวนการเติมแก๊สเข้าไป (Carbonation) จะทำให้เกิดการคลายของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างชั่วคราว และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกรดไหลย้อน

  • แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ อาจถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้รุนแรงมากที่สุด โดยแอลกอฮอล์จะทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างอ่อนแรง และกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมากขึ้น ส่งผลให้กรดไหลย้อนสามารถไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง และเกิดอาการกรดไหลย้อนต่างๆได้ง่าย สายดื่มหนัก สายปาร์ตี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีภาวะกรดไหลย้อน หรือมีการอักเสบในกระเพาะอาหาร

เป็นกรดไหลย้อน ควรเลือกกินอาหารอย่างไร?

อย่างที่เราทราบกันว่าอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานนั้น โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน มาดูกันว่า เราควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไร ที่จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอาการของกรดไหลย้อนได้มากที่สุด

กรดไหลย้อนกินอะไรดี
  • คาร์โบไฮเดรต

ทราบหรือไม่ว่า คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งอาหารหลักของแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร หากรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ง่าย เช่น ข้าวขาว หรือขนมปังขัดสี คาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวได้เร็ว ทำให้แบคทีเรียได้รับสารอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ และสร้างสารในทางอาหารที่ก่อให้เกิดการคลายตัวของหูรูดหลอดอาหาร อาจส่งผลให้กรดและเอนไซม์จากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร

นอกจากนี้ น้ำตาลที่ได้จากคาร์โบไฮเดรต จะทำให้เกิดแรงดัน (Osmotic Pressure) ในระบบทางเดินอาหาร อาจเป็นสาเหตุให้น้ำย่อยในกระเพาะถูกดันกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้ง่าย และทำให้หลอดอาหารเกิดการระคายเคือง

ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน อาจเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่มีเส้นใยอาหารสูง ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย หรือมีค่าดัชนี้น้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index) เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปังธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นต้น โดยอาหารเหล่านี้ จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างช้าๆ ส่งผลดีต่อโรคกรดไหลย้อนมากกว่า

  • โปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายขาดไม่ได้ สำหรับการเลือกรับประทานโปรตีนสำหรับผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนนั้น ควรเลือกรับประทานโปรตีนที่มีไขมันน้อย และไม่ผ่านกระบวนการทอดด้วยน้ำมัน

เนื่องจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันเยอะ และของทอด จะส่งผลให้ความดันหูรูดด้านล่างของหลอดอาหารลดลง และเพิ่มระยะเวลาของอาหารให้อยู่ในกระเพาะนานขึ้น อาจส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

หากต้องการทานเนื้อสัตว์ ควรเลือกทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน และปรุงด้วยวิธีการย่าง ตุ๋น ต้ม อบ หรือจะเลือกเป็นโปรตีนจากเนื้อปลา หรือธัญพืชต่างๆก็ได้เช่นกัน

  • ไขมัน

การรับประทานอาหารประเภทไขมัน จะไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมน คอเลซิสโทไคนิน (Cholecystokinin: CCK) ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ มีหน้าที่กระตุ้นตับอ่อนและถุงน้ำดีให้ผลิตน้ำย่อยและเกลือน้ำดี เพื่อช่วยให้ทำไขมันที่ได้รับมีขนาดเล็กลง น้ำย่อย หรือเกลือน้ำดีเหล่านี้ อาจไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร และส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้

อย่างไรก็ตาม ร่างกายยังมีความจำเป็นที่ต้องได้รับไขมันอยู่ แต่ควรบริโภคในปริมาณน้อย หากรับประทานมากเกินความจำเป็น อาจก่อให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงในการกระตุ้นให้เกิดภาวะกรดไหลย้อน

ไขมันที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) อาทิ ไขมันหมู ไขมันวัว หรือไข่แดง และหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ (Trans Fat) เช่น เนยเทียม มาการีน เป็นต้น

ส่วนไขมันที่ควรเลือกปรับประทานคือ ไขมันประเภทไม่อิ่มตัว (Unsaturated fats) ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันทานตะวัน น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันจากปลาแซลมอล ปลาเทราท์ เป็นต้น

เมนูอาหารแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน

เมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่น เช่น โรคเก๊าท์ อาจกล่าวได้ว่าโรคกรดไหลย้อนไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องการทานอาหารมากมายนัก โดยพื้นฐานคือในช่วงที่มีภาวะกรดไหลย้อน ควรเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ รสไม่จัด อย่างไรก็ตาม แต่ละคนอาจจะมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกัน เมนูอาหารที่นำเสนอนี้จึงเป็นเพียงแนวทางแบบกว้างให้เห็นภาพเท่านั้น

ตัวอย่างเมนูอาหารเช้า

(เลือกแบบใดแบบหนึ่ง หรือดัดแปลงเมนูที่ใกล้เคียง)

  • ข้าวอบธัญพืช
  • ข้าวต้มกุ้งสับ
  • ข้าวอบขมิ้น
  • ข้าวกล้อง ผัดบรอกโคลี
  • ข้าวกล้อง กระเจี๊ยบเขียวผัดขิง

ตัวอย่างเมนูอาหารกลางวัน

(เลือกแบบใดแบบหนึ่ง หรือดัดแปลงเมนูที่ใกล้เคียง)

  • สุกี้น้า
  • เกี้ยมอี๋ปลา
  • ข้าวผัดกะเพรา
  • ก๋วยเตี๋ยวผักหวาน
  • ข้าวกล้อง แกงเลียง ผัดผักบุ้ง

ตัวอย่างเมนูอาหารเย็น

(เลือกแบบใดแบบหนึ่ง หรือดัดแปลงเมนูที่ใกล้เคียง)

  • ข้าวต้มปลากะพง
  • โจ๊กเห็ดหอม
  • ข้าวกล้อง ปลาทูต้มขมิ้น
  • ข้าวกล้อง แกงจืดตำลึง
  • ข้าวกล้องต้มจืดฟัก ปลานึ่งผักกาดขาว

ตัวอย่างเมนูอาหารว่าง

ผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อน มักจะรู้สึกหิวบ่อยกว่าคนทั่วไป การทานอาหารว่างนิดหน่อยระหว่างมื้อ เพื่อป้องกันให้ไม่ให้ท้องหิวเกินไปจนอาการกรดไหลย้อนกำเริบ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

  • กล้วยน้ำว้าห่ามๆ จิ้มน้ำผึ้ง
  • น้ำว่านหางจระเข้
  • ธัญพืชแท่งอบกรอบ

อย่างที่ได้ย้ำไปก่อนหน้านี้ว่ารายการอาหารที่เรานำเสนอเป็นเพียงตัวอย่างเมนูอาหารแบบคร่าวๆ เท่านั้น แต่ละคนจะสามารถทานอาหารได้แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย คุณสามารถวางแผนการกินให้ตัวเองคร่าวๆ แล้วลองปรึกษาคุณหมอหรือนักโภชนาการดูได้ว่าเหมาะสมแล้วหรือยัง

สรุปส่งท้าย

สำหรับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน เบื้องต้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไขมันสูง และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม แต่ละคนอาจมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกัน จึงควรหมั่นสังเกตตัวเอง ว่าเราทานอาหารชนิดไหน เวลาไหน แล้วก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อน มากน้อยในระดับใด และควรปรึกษากับแพทย์เพื่อรับคำแนะนำอย่างเหมาะสม

เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดี และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการกรดไหลย้อนจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ในทางกลับกัน หากเราไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการใช้ชีวิต ต่อให้เราทานยาดีขนาดไหน แพงขนาดไหน อาการกรดไหลย้อนอาจหายได้ยาก และกำเริบซ้ำไปซ้ำมา

อ้างอิง:

อ้างอิง